:+: MY MEMORY :+:

Friday, December 30, 2005

"o" ส่งท้ายปีเก่า "o"



เป็นยังไงกันมั่งเพื่อนๆ
สอบเสร็จแล้วเพื่อนๆคลายเครียดกันยังไง
ทำข้อสอบกันได้ไหม
ปีใหม่นี้ไปเที่ยวที่ไหนกัน
หวังว่าเพื่อนๆคงจะสนุกกับการเที่ยวครั้งนี้
แต่ยังไงก็ต้องระวังตัวด้วยนะเพราะว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ
แล้วก็รักษาสุขภาพด้วยนะ
ช่วงนี้อากาศมันไม่แน่ไม่นอน...เดี๋ยวก็ร้อนเดี๋ยวก็หนาว
จะปีใหม่แล้ว...ก็ขอให้เพื่อนๆมีความสุขนะ
อะไรที่มันไม่ดีก็ปล่อยทิ้งไว้ให้มันอยู่กับปีเก่า
แล้วก็มาเริ่มต้นสิ่งที่ดีๆในปีใหม่แล้วกันนะ


Wednesday, December 21, 2005

"o" La saison des pommes "o"



L' autre jour , le professeur parle à ses élèves des quatre saisons. " Au printemps , les prés se couvrent de fleurs. En été , il fait très chaud , on coupe le blé. En automne , on cueille les fruits , les feuilles tombent des arbres. En bien ! Jacques , est - ce que tu m' écoutes ? Lève - toi , petit paresseux , et dis - moi quand tu cueilles les pommes "
Et Jacques répond d'une voix douce : " Quand le paysan est rentré chez lui , et qu'il n'y a pas de chien dans le jardin."



" Le Français par la Méthode Directe "
Deuxième Livre.


Monday, December 19, 2005

"o" กระจกสะท้อนตน "o"



เคยรู้สึกบ้างมั๊ยว่า...

บางครั้งเราใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ

ดยไม่ทราบว่าจุดมุ่งหมายและการเดินไปสู่เป้าหมายนั้นเป็นเช่นไร ?

ต้องใช้ความอดทนพากเพียรมากขนาดไหน ?

ตอนนี้จงปล่อยจิตให้ว่าง

แล้วลองจินตนาการว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง

จุดเล็กๆของความสำเร็จ

อาจจะมาจากคนคนหนึ่ง

ซึ่งเราอาจจะไม่เคยใส่ใจ

นั่นก็คือพ่อแม่

เคยลองคิด เคยตระหนักถึงพระคุณบ้างรึป่าว ?

ท่านต้องทำงานเพื่อเอาเหงื่อมาแลกกับเงิน

แล้วเราล่ะ...

ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่

ลองหันกลับมาดูที่ตัวเรา

มันคงจะไม่สายเกินไปหรอกนะจ๊ะ

ที่จะตอบแทนพระคุณท่าน

Friday, December 09, 2005

คำว่า ''เพื่อน''



มีคน 2 คนเป็นเพื่อนกัน ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย
ระหว่างทางเกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่งพลั้งลงมือตบหน้าอีกฝ่าย
คนถูกทำร้ายเจ็บปวด แต่ไม่เอ่ยวาจา กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า "วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"
พวกเขายังคงเดินทางต่อ...กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ ชำระกาย พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ เข้าช่วยชีวิต
คนรอดตายยังคงไม่เอ่ยวาจา กลับสลักลงไปบนหินใหญ่ ว่า"วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"
อีกคนไม่เข้าใจ ถามว่า..."เมื่อถูกฉันตบหน้า เธอเขียนลงทราย แล้วทำไมเมื่อครู่ต้องสลักบนหิน''
อีกคนยิ้มพราย กล่าวตอบ"เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย จะทำหน้าที่พัดผ่านลบล้างไม่เหลือ แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมายบังเกิด เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใดลบล้างทำลาย...."